ข่าวสาร
แสดง รายการ

การพับผ้าแบบฟุโรชิกิคืออะไร

ฟุโรชิกิ (Furoshiki ) :  Furo แปลว่า ห้องน้ำ และ Shiki  แปลว่า การวางแผ่ออกไป แต่เดิมนั้นการพับผ้าแบบฟุโรชิกิ เป็นวัฒนธรรมการห่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำ เมื่อไปอาบน้ำที่ห้องน้ำสาธารณะของชาวญี่ปุ่น และ ว่ากันว่า การพับผ้าแบบฟุโรชิกินี้ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญมาก ในสมัยโชวะ เรียกว่า ทุกบ้านจะต้องมีผ้าฟุโรชิกิ ในแบบที่หลากหลาย มีตั้งแต่ขนาดสำหรับห่อการ เสื้อผ้า ที่นอน จนไปถึง อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เรียกได้ว่าเหมือนมีกระเป๋าเดินทางพร้อมใช้งาน ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงใหญ่ ความน่าสนใจของการพับผ้าแบบฟุโรชิกินั้นอยู่ที่ ผ้าสี่เหลี่ยมผืนนี้สามารถนำไปห่ออะไรก็ได้ รูปทรงใดก็ได้ แค่เพียงอาศัยจินตนาการ และ เทคนิคการ ผูก พับ จับ ม้วน พอถึงบ้านก็คลายผ้าออกมา แล้วทำการพับเก็บเข้าตู้ ทั้งประหยัดพื้นที่ ใช้แล้ว ใช้ซ้ำได้อีก เกิดประโยชน์ใช้สอยแถมประโยชน์ใช้สอยอีกด้วย

เขียนโดย juthamas เมื่อ Fri 22 Mar, 2019
Like
Google Plus
อ่านต่อ

ในประเทศสวีเดน ที่เมือง Eskilstuna มีห้างสรรพสินค้าใหม่เกิดขึ้น ชื่อว่า “ReTuna Återbruksgalleria”เป็นที่สนใจของชาวเมือง ที่เข้ามาดูและซื้อสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ไอที เช่น คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ดูเผินๆ ก็ไม่น่าแตกต่างจากห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าในเมืองไทย หรือประเทศอื่น แต่ถ้าเจาะลึกที่มาที่ไป และเมื่อเดินเข้าไป จะพบว่า “ReTuna Återbruksgalleria” มีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างจากห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าที่ไหนๆ ในโลก นั่นเพราะ “ReTuna Återbruksgalleria” เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของโลก ที่ขายแต่ “สินค้ารีไซเคิล” (Recycle) และ “อัพไซเคิล” (Upcycle) เท่านั้น !!

เขียนโดย juthamas เมื่อ Sat 02 Feb, 2019
Like
Google Plus
อ่านต่อ

ซาชิโกะ (刺し子) เป็นรูปแบบการเย็บด้วยมือของชาวญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งใช้วิธีเย็บแบบง่ายๆ คือการด้นตะลุย (Running Stitch) เป็นลวดลายซ้ำๆ หรือสานกันเป็นลวดลายต่างๆ คล้ายงานปักด้นของชาวไทยภูเขาในบ้านเรา

สันนิษฐานกันว่ามีที่มาจากการเย็บผ้าหลายๆ ชั้นให้ติดกัน (ควิลต์) เพื่อให้ใช้งานได้ทนทาน ป้องกันความหนาวเย็น ฯลฯ เนื่องจากเนื้อผ้าที่ทอผ้าใช้ในครัวเรือนแบบดั้งเดิมไม่แข็งแรง ทนทานเช่นปัจจุบัน  ต่อมาจึงพัฒนาลวดลายออกไปมากมาย จนกลายเป็นงานเย็บปักที่แพร่หลายทั่วไป  โดยเฉพาะในหมู่สตรีที่อยู่ตามท้องไร่ ท้องนาและผู้ใช้แรงงาน ได้นำเอางานปักซาชิโกะมาใช้ซ่อมแซมเสื้อผ้าและของใช้ เช่น ฟูก หมอน ผ้ากันเปื้อน เสื้อคลุม ที่เรียกว่า Boro (แปลว่า ผ้าขี้ริ้ว) ซึ่งใช้การปะผ้าที่รอยขาดบนเสื้อผ้า ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เราจึงคุ้นกับงานปักซาชิโกะที่ปักด้วยด้ายสีขาวบนผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งชาวไร่ ชาวนาและคนใช้แรงงานสวมใส่กัน (ในสมัยเอโดะห้ามคนใช้แรงงานสวมเสื้อผ้าสีสด ส่วนคนในชนบทนิยมย้อมผ้าเป็นสีน้ำเงินเข้มก็เพราะทนทาน บ้างก็ว่าไล่แมลงต่างๆ)

ลายปักซาชิโกะส่วนใหญ่มักมีรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งใช้วิธีด้นตะลุยได้ง่าย ลายมีทั้งที่ดัดแปลงจากลายปักของจีน และได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติรอบตัว เช่น ลายคลื่น ลายภูเขา ลายต้นสน ลายเมล็ดข้าว ฯลฯ

การปักใช้เข็มและด้ายที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ด้ายส่วนใหญ่ทำจากฝ้ายควั่นเป็นเส้นกลม ปัจจุบันประยุกต์ไปใช้ผ้าและด้ายปักสีต่างๆ แบบที่ใช้ปักผ้าทั่วไป เช่น DMC, Anchor,Venus ฯลฯ เบอร์ 5 , เบอร์ 25  รวมถึงออกแบบลวดลายแปลกๆ ใหม่ๆ มากมาย แต่ยังคงหลักการปักด้วยการด้นตะลุยเหมือนเดิม

เขียนโดย juthamas เมื่อ Fri 28 Dec, 2018
Like
Google Plus
อ่านต่อ
อ่านต่อ
อ่านต่อ
แสดง รายการ
ร้านค้าออนไลน์ และ ขายของออนไลน์ โดย © 2006-2019 Vevo Systems Co., Ltd.